เราทำการจัดส่งสินค้าทุกออเดอร์ฟรี! ท่านจะได้รับสินค้าภายใน 1-2 วัน *ด้วยสถานการณ์โรคระบาดปัจจุบัน บางพื้นที่อาจจะใช้ 2-4 วัน เนื่องจากมีการจำกัดเวลาในการจัดส่ง
search

คำถามที่พบบ่อยสำหรับ Antiviral แบบแคปซูล

1. สามารถเริ่มใช้ยาแบบแคปซูลได้เมื่อไหร่
เพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด ควรเริ่มใช้หลังจากใช้ยาแบบฉีดต่อเนื่องมาแล้วอย่างน้อย 30 วัน และแมวควรอยู่ในสภาพปกติคือ ทานและขับถ่ายได้ตามปกติ และไม่มีอาการของ FIP แบบ Neurological หรือ Ocular
 
2. สาเหตุและเงื่อนไขที่ไม่ควรใช้ยาแบบทาน
ห้ามใช้เมื่อแมวของคุณเป็น FIP แบบที่ไวรัสเข้าไปที่ดวงตาหรือระบบประสาท
ห้ามใช้เมื่อแมวของคุณมีอาการอาเจียน ท้องเสีย หรือมีไข้ ต่อเนื่องตั้งแต่ตอนใช้ยาแบบฉีด
ห้ามใช้เมื่อแมวของคุณอายุน้อยกว่า 1 ปีและยังคงมีของเหลวอยู่ภายใน(สำหรับรูปแบบเปียก)


3. วิธีการเลือกใช้ยาตามชนิดและน้ำหนัก

  • น้ำหนัก 0 - 2.49 กิโลกรัม เลือกใช้สีชมพู
  • น้ำหนัก 2.5 - 3.99 กิโลกรัม เลือกใช้สีเขียว
  • น้ำหนัก 4 กิโลกรัมขึ้นไป เลือกใช้สีน้ำเงิน

4. ปริมาณที่ควรให้ทานต่อวัน
ปริมาณที่เหมาะสมต่อวันคือ 1 เม็ดเวลาเดิมทุกวัน ห้ามข้ามโดยเด็ดขาด ให้ต่อเนื่องจนครบ 84 วันนับต่อหลังจากฉีดยา หรือจนกว่าแมวจะหายดี


5. หากแมวน้ำหนักเพิ่มขึ้นแต่ยาที่มีในมือยังไม่หมด
ในกรณีเราแนะนำให้ซื้อยาตัวที่เหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการรักษา
 
6.ยา 1 ขวดสามารถใช้ได้กี่วัน
ยา 1 ขวดมีจำนวน 14 แคปซูล ซึ่งสามารถใช้ได้ 14 วัน(วันละแคปซูล)
 
7. ถ้าหากอาการแย่ลงหลังเริ่มใช้ยาแบบแคปซูลควรทำอย่างไร สามารถให้ยาเพิ่มจาก 1 เป็น 2 แคปซูลได้หรือไม่
สาเหตุที่อาการของแมวแย่ลงมาจากระบบการดูดซึมอาหารและการขับถ่ายของแมวนั้นยังไม่สมบูรณ์ดี เราแนะนำให้ทานยาต่อเนื่องอีก 5 วันเพื่อสังเกตุอาการ หากผ่านมา 5 วันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น สามารถปรับเพิ่มปริมาณยาจาก 1 เป็น 2 แคปซูลได้ แต่ทางที่ดีที่สุดคือการกลับไปใช้ยาแบบฉีด เนื่องจากการดูดซึมผ่านทางอาหารของแมวไม่ปกติดี
 
8.  จะรู้ได้อย่างไรว่าปริมาณ GS-441524 ที่แมวจะได้รับคือเท่าไหร่
แมวแต่ละตัวมีความสามารถในการดูดซึมต่างกัน เราจะสามารถทราบว่าแมวของเราดูซึมได้มากน้อยแค่ไหนจำเป็นต้องใช้การวิเคราะห์ที่เรียกว่า HPLC ซึ่งมีความยุ่งยากและราคาสูงมากๆ


9. ระหว่างยาแบบฉีดกับแบบแคปซูล แบบไหนดีกว่ากัน
ยาทั้งสองแบบนั้นมีความสามารถเท่ากัน และจุดประสงค์ในการรักษาเหมือนกันคือ รักษาให้หายจากโรค FIP นั่นหมานความยาทั้งสองไม่ดีอันไหนดีกว่ากัน ปัจจัยที่จะตัดสินได้ว่าแบบไหนดีกว่ากันนั้นขึ้นอยู่กับการดูดซึมของแมวมากกว่า
ยกตัวอย่าง แมวเคยใช่ยาแบบฉีดมาแล้ว 30 วันอาการดีขึ้นและเริ่มต่อต้านการฉีดยาจึงย้ายมาใช้ยาแบบทาน แต่หลังจากเริ่มใช้อาการแย่ลงอันมีสาเหตุมาจากระบบการดูดซึมอาหารของแมวตัวนี้ไม่ปกติเท่าไหร่ ซึ่งจากเคสนี้ข้อสรุปก็คือแบบฉีดย่อมดีกว่า
และในกรณีกลับกันถ้าแมวตัวนี้เริ่มใช้ยาแบบทานแล้วอาการดีขึ้น แมวก็ไม่ต้องเจ็บจากการฉีดยา ถ้าเป็นแบบนี้ย่อมแน่นอนว่าแบบทานก็ดีกว่า


10. สามารถย้ายกลับไปใช้ยาแบบฉีดได้หรือไม่
สามารถทำได้ เพียงแต่ว่า Dosage จะต้องเริ่มจาก 10mg/kg เนื่องจากปริมาณ GS-441524 ในแคปซูลมีมากกว่า
 
11. หากแมวมีอาการกำเริบหลังจากรักษาจบสามารถใช้ยาแบบแคปซูลได้หรือไม่
เราไม่แนะนำให้ใช้ยาแบบทานในแมวที่เกิดอาการกำเริบ แต่เราแนะนำให้เริ่มจากการรักษาแบบฉีดก่อนโดยเริ่มที่ 12-15mg/kg หลังจาก 30 วันแล้วค่อยเริ่มใช้ยาแบบทาน
 
12. สามารถเลือกใช้ยาแบบอื่นๆที่นอกเหนือจากน้ำหนักของแมวได้หรือไม่
สามารถทำได้แต่ห้ามเลือกใช้ยาชนิดที่น้ำหนักต่ำกว่า เพราะปริมาณ GS-441524 จะไม่เพียงพอ
 
13. ทำไมยาแบบแคปซูลถึงแพงกว่า
สาเหตุมาจากต้นทุนการผลิตและปริมาณ GS-441524 นั้นมีราคามากกว่า จึงทำให้ราคาสูงกว่ายาแบบฉีด
 
15. การใช้ยาแบบทานมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
จากการวิจัยล่าสุด ตัวยาแบบทานไม่มีผลข้างเคียงอะไร รวมไปถึงการใช้ร่วมกันกับยาปฏิชีวนะต่างๆก็ไม่มีผลข้างเคียงอะไรเช่นเดียวกัน
 
16. จำเป็นจะต้องให้ทานเวลาเดียวกันตลอดเลยหรือไม่
เพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุดควรจะให้เวลาเดิมทุกวัน แต่หากจำเป็นสามารถให้ได้ +- 1 ชั่วโมงครึ่ง เช่น เดิมเริ่มต้นที่ 6 โมงเย็น ก็สามารถให้ได้ตั้งแต่ 4 โมงครึ่งไปจนถึง 2 ทุ่มครึ่งได้


17. สามารถขอ Refund ยาที่เหลือได้หรือไม่
เราจะรับ Refund สำหรับขวดที่ยังไม่ได้เปิดใช้ในทุกกรณี



หน้าที่แล้ว หน้าถัดไป

ตะกร้าสินค้าของคุณว่างว่างเปล่า

เลือกซื้อสินค้าต่อ