เราทำการจัดส่งสินค้าทุกออเดอร์ฟรี! ท่านจะได้รับสินค้าภายใน 1-2 วัน *ด้วยสถานการณ์โรคระบาดปัจจุบัน บางพื้นที่อาจจะใช้ 2-4 วัน เนื่องจากมีการจำกัดเวลาในการจัดส่ง
search

คำถามที่พบบ่อย
โรค FIP(Feline Infectious Peritonitis)

1. โรค FIP คืออะไร?
โรค FIP หรือชื่อเรียกในภาษาไทยว่า "โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว" คือโรคติดเชื้อที่เกิดขึ้นจากระบบภูมิคุ้มกันซึ่งจะทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นกับอวัยวะใดๆนั้นก็จะเป็นผลเสียทำลายระบบต่างๆ ซึ่งสามารถพบได้บ่อยว่ามีผลกับอวัยวะในช่องท้อง ช่องอก ตา และรวมไปถึงระบบประสาท นอกจากนี้โรคนี้ยังเป็นโรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิตแก่แมวด้วยเช่นกัน

2. สาเหตุของโรค FIP เกิดจากอะไร?
สาเหตุโรค FIP เกิดจากการกลายพันธุ์ของไวรัสที่พบได้บ่อยในแมวซึ่งมีชื่อว่า "ไวรัสโคโรนาในแมว" หรือ "FCoV" ไวรัสโคโรนาในแมวนี้ต่างจากไวรัส Covid-19 ที่เกิดขึ้นในมนุษย์และจะไม่ติดต่อกันระหว่างแมวสู่มนุษย์ แต่ไวรัสนี้สามารถส่งต่อกันได้ระหว่างแมว โดยสาเหตุของแมวได้รับไวรัส FCoV มีดังนี้
- แมวจร แมวที่ถูกรับเลี้ยงโดยไม่รู้ต้นสาย
- พ่อแม่ของแมวมีไวรัสตัวนี้
- ได้รับจากคลีนิก, โรงแรมสัตว์เลี้ยง, กรงที่ใช้ร่วม
- พ่อพันธุ์แม่พันธุ์สายพันธุ์แท้
- มีแมวพาหะนำมาติด(queen, shedding)
โดยไวรัส FCoV นั้นสามารถส่งต่อได้จากแมวที่เป็นพาหะผ่านทาง "น้ำลาย" และ "อุจจาระ" ซึ่งเกิดจากการใช้ของร่วมกันระหว่างแมวที่มีไวรัสและแมวที่ไม่มีไวรัส ซึ่งวิธีการป้องกันนั้นคือควรสังเกตุและทำความสะอาดใช้อุปกรณ์ร่วมกันระหว่างแมวนั้นเอง โดยเฉพาะแมวที่ถูกเลี้ยงในระบบเปิด เพราะเราไม่รู้เลยว่าแมวจะออกไปสัมผัสอะไรจากแมวข้างนอกที่เราไม่เห็นบ้าง 

อย่างไรก็ตามไวรัส FCoV นั้นไม่เป็นอันตรายต่อแมวจนถึงขั้นเสียชีวิต แต่ไวรัสตัวนี้เป็นต้นตอของโรค FIP ในแมวนั้นเอง

3. สาเหตุที่ทำให้ไวรัส FCoV กลายพันธุ์เป็นโรค FIP ในแมวมีอะไรบ้าง?
- ความผิดปกติทางพันธุ์กรรมดั้งเดิม(Breeder Predisposition): โดยมักจะพบในสายพันธุ์แมวดังนี้ Bengals, Abyssinians, Himalayans, Birmans, Rexes, Burmese, Australian Mists, British Shorthairs, Cornish Rex รวมทั้ง Domestic Shorthairs และ Persians ซึ่งมักจะพบได้ในแมวที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี และแมวที่มีอายุมากกว่า 17 ปี
- ความเครียด(Stress): เนื่องจากความเครียดทำให้แมวพักผ่อนได้ไม่เต็มที่และทำให้แมวอ่อนล้าจนถึงร่างกายไม่แข็งแรง พอแมวไม่แข็งแรงก็จะทำให้ภูมิต้านทานของแมวนั้นลดลงและทำให้ไวรัส FCoV ทำงานได้ดีขึ้นจนกลายพันธุ์ไปเป็น FIP นั้นเอง ซึ่งนี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แมวเป็น FIP นั้นเอง นอกจากนี้ความเครียดยังสามารถทำให้น้องแมวป่วยไม่สบายและเป็นโรคอื่นๆได้ง่ายเช่นเดียวกัน

4. ความเครียดของแมวเกิดจากสาเหตุใดบ้าง?
การที่เราทราบถึงสาเหตุที่ทำให้แมวเครียด ก็จะสามารถทำให้เราลดความเสี่ยงที่จะเกิด FIP ได้เช่นกัน ซึ่งแมวมักจะเครียดด้วยสาเหตุดังต่อไปนี้
- การอาบน้ำ: แมวส่วนมากไม่ชอบน้ำ และไม่ชอบการอาบน้ำ ซึ่งการอาบน้ำจะทำให้แมวเกิดความเครียดได้ง่าย
- การจับใส่กรงนานๆ: เปรียบได้กับมนุษย์หากเราถูกขังอยู่ในห้องแคบๆเป็นเวลานานๆก็จะทำให้เราเกิดสภาวะเครียด ซึ่งแมวก็ไม่ต่างกับมนุษย์เช่นเดียวกัน
- ความกังวลเรื่องอณาเขต: หากมีแมวตัวใหม่หรือสมาชิกใหม่(เด็กแรกเกิด)มาอาศัยอยู่ในบ้าน จะทำให้แมวเกิดความกังวลในเรื่องอณาเขตที่อาจจะต้องคอยทะเลาะและแย่งชิงอณาเขตนั้นเอง
- การพาแมวเดินทางเป็นเวลานานๆ: เพราะเราจะต้องบังคับใหม่แมวอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เค้าไม่คุ้นชินเป็นเวลานานๆก็จะทำให้เค้าเครียดได้เช่นเดียวกัน

5. รูปแบบของ FIP
โรค FIP นั้นมี 2 รูปแบบด้วยกันคือ
- "FIP แบบเปียก" หรือ "Wet FIP" ซึ่งเกิดจากการที่มีของเหลวในช่องท้องหรือช่องอก
- "FIP แบบแห้ง" หรือ "Dry FIP" ซึ่งเกิดจากการที่มีตุ่มขึ้น(เนื้องอก) ในอวัยวะภายใน
นอกจากนี้ FIP ยังสามารถลุกลามแทรกซึมไปส่วนต่างๆของแมวดังนี้
- "FIP แทรกซึมไปที่ประสาทระบบสั่งการ(Neurological)" สังเกตุโดยน้องแมวไม่สามารถยืนทรงตัว หรือเดินได้ตรงตามปกติ(โดยเฉพาะขาคู่หลัง) 
- "FIP แทรกซึมไปที่ดวงตา(Ocular)" สังเกตุที่ดวงตาของน้องแมวหากมีต้อขึ้นที่ดวงตานั้นหมายความว่า FIP แทรกซึมไปที่ดวงตาเป็นที่เรียบร้อย
ซึ่งหากน้องแมวมีอาการลุกลามอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นหมายความว่าชีวิตของน้องแมวกำลังอยู่ในอันตรายขั้นวิกฤตเพราะว่า FIP ได้ลุกลามไปใกล้ส่วนสมองมากๆนั้นเอง

6. อาการเบื้องต้นของแมวที่ติดโรค FIP
- เบื่ออาหารและไม่ทานอาหาร 
- น้ำหนักลด
- อ่อนเพลียและไม่ร่าเริง
- มีไข้
- ท้องกาง(บริเวณท้องมีขนาดใหญ่ขึ้นผิดปกติ)
- หายใจลำบาก
- อาเจียน
- ท้องเสีย
- ชัก
นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นๆที่สามารถพบได้ เช่น ดีซ่าน, ท้องมาน, หายใจลำบากจาก pleural effusion, และต่อมน้ำเหลืองในช่องท้องโต
อย่างไรก็ตามอาการดังที่กล่าวในข้างต้นนั้นมีอาการคล้ายคลึงกับโรคอื่นๆที่ไม่อันตรายถึงชีวิต ซึ่งเจ้าของแมวควรนำแมวไปพบสัตว์แพทย์เพื่อตรวจสอบอาการอย่างถูกต้องโดยการเจาะเลือดหาสาเหตุที่แน่นอนเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง

6. วิธีและยารักษาโรค FIP
หากย้อนกลับไปเมื่อ 4 - 5 ปีก่อนอาจจะไม่มียารักษาให้กับแมวที่เป็นโรค FIP ได้ จะทำได้ก็เพียงแต่รักษาประคองตามอาการเช่น การเจาะช่องท้องนำของเหลวออกสำหรับแมวที่เป็นโรค FIP แบบเปียก แต่ในปัจจุบันนักวิทยาศาตร์พบว่า แอนตี้ไวรัส(Antivirus) "GS-441524" นั้นสามารถรักษาโรค FIP ในแมวได้โดยตัวแอนตี้ไวรัสนี้จะไปยับยั้งการทำหน้าที่ของไวรัสของโรค FIP นั้นเอง ซึ่งการใช้แอนตี้ไวรัสตัวนี้ควรจะทำควบคู่ไปกับการเพิ่มภูมิต้านทานให้กับน้องแมวตามอาการที่เค้าเป็นอยู่ นอกจากนี้การฉีดแอนตี้ไวรัสให้แมวนั้น ปริมาณของ GS-441524 จะต้องถูกคำนวนอย่างถูกต้องตามน้ำหนัก, อาการ, ระยะลุกลาม, และความเข้มข้นของตัวสาร

BASMI FIP และ GS-441524
GS-441524 ของ BASMI FIP นั้นถูกพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์จากประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งผลิตขึ้นมาใช้กับแมวโดยเฉพาะ ดังนั้นเจ้าของแมวสามารถไว้วางใจในผลิตภันฑ์ของ BASMI FIP นั้นปลอดภัยสำหรับน้องแมวแน่นอน ซึ่งผลตอบรับจากเจ้าของแมวทั้งในอเมริกา, ยุโรป, และเอเชีย นั้นถือว่ายอดเยี่ยมโดย 90% ของแมวที่เป็นโรค FIP นั้นหายโดยการใช้ GS-441524 ของ BASMI FIP

ข้อมูล GS-441524 ของ BASMI โดยละเอียด
1. ขนาดของผลิตภันฑ์
- เรามีขวด 2 ขนาดคือ ปริมาณ 5.2 มิลลิตร และ 7.2 มิลลิตร
2. ความเข้มข้นของ GS-441524 ใน BASMI FIP
- ความเข้มข้นในที่นี้คือความเข้มข้นของ GS-441524 ในตัวยานั้นเอง หน่วยวัดปริมาณความเข้มข้นคือ "มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร" ซึ่งความเข้มข้นนั้นเป็นปัจจัยหนึ่งในการคำนวนปริมาณที่จะใช้ฉีดให้กับแมวนั้นเอง
- ความเข้มข้นของ GS-441524 ใน BASMI FIP นั้นมี 2 แบบด้วยกันคือ ความเข้มข้น 17 มิลลิกรัมต่อมิลลิตร และ ความเข้มข้น 20 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถตรวจสอบได้ที่บรรจุภันฑ์
3. ความบริสุทธิ์ของ GS-441524 ใน BASMI FIP
- GS-441524 ของเรานั้นมีความบริสุทธิ์ถึง 99%
4. ค่า pH ของ GS-441524 ใน BASMI FIP
- GS-441524 ของเรานั้นมีค่า pH อยู่ที่ 1.9-2.2

อุปกรณ์การใช้งาน
การใช้งาน GS-441524 ของ BASMIFIP นั้นจะทำได้โดยวิธีการฉีดให้กับแมวซึ่งอุปกรณ์มีดังต่อไปนี้
1. กระบอกฉีดยาไซริงค์(Syringe) ขนาด 1-3 มิลลิตร
2. เข็มฉีดยาเบอร์ 23 ความยาว 2.5 เซนติเมตรหรือ 1 นิ้ว
3. แอลกอฮอลและสำลีสำหรับทำความสะอาดอุปกรณ์และบริเวณที่จะฉีดให้แมว

วิธีการใช้งาน
1. วิธีการฉีดยา
- ทำความสะอาดเข็มฉีดยาด้วยแอลกอฮอล์
- วางแมวไว้บนโต๊ะอาหารหรือที่ๆได้ระดับตามความถนัด
- จับแมวไว้ให้มั่นบริเวณท้ายทอยและขาคู่หลัง โดยให้แมวควั่มหน้าตามภาพ
- ทำความสะอาดบริเวณที่จะฉีดด้วยแอลกอฮอล์
- ดึงหนังแมวขึ้นด้วยนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลางคล้ายการหยิบจับ
- แทงเข็มไปใต้ผิวหนังตามแนวนอนของผิวหนัง โดยแทงเข้าไปครึ่งหนึ่งของความยาวเข็ม ระวังอย่าให้ทะลุในกรณีที่น้องแมวผอม
- จบการฉีดยาด้วยการทำความสะอาดบริเวณที่ฉีดด้วยแอลกอฮอล์
Injection_Area_TH.png
2. ปริมาณการใช้งาน
สูตรคำนวนปริมาณการใช้งานคือ น้ำหนักของแมวหน่วยกิโลกรัม x (ปริมาณความเข้มข้นที่เหมาะสมตามอาการ FIP ของแมว /  ปริมาณความเข้มข้นของ GS-445142)
ตัวอย่าง
เจ้าโตโต้น้ำหนัก 5 กิโลกรัมเป็นโรค FIP แบบแห้ง เจ้าของได้เลือกซื้อ GS-441542 ความเข้มข้น 17 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร  จาก BASMI FIP เพื่อฉีดให้กับแมว
- น้ำหนักของแมว = 5 กิโลกรัม
- ปริมาณความเข้มข้นที่เหมาะสมตามอาการ FIP ของแมว = 8 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เหมาะสมกับแมวที่มี FIP แบบแห้ง *สามารถอ่านข้อมูลปริมาณความเข้มที่เหมาะสมตามอาการได้ในข้อ 5
- ปริมาณความเข้มข้นของ GS-445142 = 17 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร
การคำนวนเพื่อฉีด
ปริมาณของยาที่ฉีด = 5 x ( 8 / 17 ) = 2.35 ~ 2.40 มิลลิลิตรต่อวัน
สามารถใช้เครื่องคิดเลขในการคำนวนปริมาณการใช้งานได้ที่นี่
หากท่านมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามเจ้าหน้าเพื่อคำอธิบายที่เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้นที่ Facebook Messenger หรือ Facebook Group
3. ระยะเวลาการรักษา
ระยะเวลาการรักษานั้นจะอยู่ที่ 12 สัปดาห์หรือ 84 วัน อย่างไรก็ตามระยะเวลาที่รักษาในแมวแต่ละตัวนั้นไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัยเช่น การตอบสนองต่อยาของแมวและระยะฟักตัวของโรค FIP ในแมว
4. ความถี่ในการให้ยา
ควรจะฉีดยาให้แมวที่เป็นโรค FIP ทุกวันวันละ 1 เข็ม และเพิ่มปริมาณยาทุกๆอาทิตย์ตามน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของแมว พร้อมทั้งให้สัตว์แพทย์ตรวจเลือดอย่างต่อเนื่อง 2 อาทิตย์ครั้งเพื่อตรวจว่า FIP ได้ทำความเสียหายอื่นๆกับน้องหรือไม่
หากน้องแมวเป็น FIP รูปแบบเปียกควรตรวจค่าตับและไตด้วยเพราะว่าของเหลวที่อยู่ในช่องท้องจะทำความเสียหายแก่อวัยวะทั้งสองนี้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องทำการรักษาอวัยวะเหล่านั้นไปพร้อมๆกัน
5. ปริมาณความเข้มข้นของ GS-445142 ที่เหมาะสมตามอาการและอายุของแมว
แมวแต่ละตัวจะมีอาการของโรค FIP, ชนิดของโรค FIP และอายุของแมวซึ่งจำเป็นต้องให้ความเข้มข้นของ GS-441542 เพื่อผลลัพท์ที่ดีที่สุดดังนี้
- แมวมีน้ำหนัก 0.00 - 1.50 กิโลกรัม เหมาะสมจะใช้ความเข้มข้น 4 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม 
- แมวมีน้ำหนัก 1.51 - 2.00 กิโลกรัม เหมาะสมจะใช้ความเข้มข้น 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
- แมวมี FIP รูปแบบเปียก เหมาะสมจะใช้ความเข้มข้น 6 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (สำหรับแมวที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 2.1 กิโลกรัมขึ้นไป)
- แมวมี FIP รูปแบบแห้ง เหมาะสมจะใช้ความเข้มข้น 8 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (สำหรับแมวที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 2.1 กิโลกรัมขึ้นไป)
- แมวมี FIP และเริ่มลุกลามไปที่ดวงตา เหมาะสมจะใช้ความเข้มข้น 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
- แมวมี FIP และเริ่มลุกลามไปที่ระบบประสาทสั่งการ เหมาะสมจะใช้ความเข้มข้น 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
6. สามารถใช้ GS-445124 ร่วมกับยาอื่นได้หรือไม่
สามารถใช้ร่วมกับยาอื่นได้เพราะ GS-445142 คือยาต้านไวรัสซึ่งสามารถใช้ร่วมกับยาอื่นๆเพื่อพัฒนาสุขภาพและเพิ่มภูมิคุ้มกันโดยรวมของแมวได้
*อย่างไรก็ตามเราไม่แน่นำให้ใช้ยาหรืออาหารที่มีส่วนประกอบของ แอล-ไลซีน (L-Lysine) เพราะจะมีผลเสียกับแมวโดยตรง

วิธีการเก็บรักษา
ควรเก็บไว้ในบริเวณที่มีอุณหภูมิระหว่าง 3-8 องศาเซลเซียสหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง หรือตู้เย็นก็เป็นตัวเลือกที่ดีในการเก็บรักษา

วิธีการสั่งซื้อและการจัดส่ง
สามารถทำการสั่งซื้อได้ผ่านทางเว็บไซต์ หรือ Facebook Page โดยราคาสินค้าได้รวมค่าจัดส่งไว้เรียบร้อย ซึ่งระยะเวลาการจัดส่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ปัจจุบันของบริษัทจัดส่งสินค้า

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ทาง Facebook Page หรือ [email protected]



ตะกร้าสินค้าของคุณว่างว่างเปล่า

เลือกซื้อสินค้าต่อ